Vampire mp3 สื่อละเมิดลิขสิทธิ์ที่กลายเป็นวัฒนธรรมร่วมของคนยุคหนึ่ง

การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาถือเป็นการกระทำที่น่าละอาย ยิ่งหากสังคมนั้น ๆ ยอมรับการกระทำดังกล่าวก็ยิ่งเป็นการบ่งชี้ว่ากลไกของสังคมนั้นช่างอ่อนแอ การก็อปปี้ ทำซ้ำ เพื่อการแจกจ่ายหรือทำเป็นการค้าไม่ว่าจะมีมูลค่าเท่าใดก็ตามล้วนแต่เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ทางความคิดโดยทั้งสิ้น ในแง่ของอุดมคติทุกคนทราบดีอยู่แล้วถึงข้อนี้แต่ในโลกแห่งความเป็นจริงแทบทุกคนต่างเคยสัมผัสกับสินค้าเลียนแบบและการละเมิดลิขสิทธิ์ในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม สิ่งเหล่านี้ล้วนอยู่รอบตัวเราตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

ช่วงเปลี่ยนผ่านจากยุคอะนาล็อกสู่การเริ่มต้นยุคดิจิตอลการฟังเพลงก็ได้เปลี่ยนรูปแบบจากเทป คาสเซ็ตสู่ CD-Rom สื่อผสมที่นำมาซึ่งการล่มสลายของค่ายเพลงใหญ่น้อยในเวลาต่อมา ไม่นานนักจากยุคของเทปฯที่เปลี่ยนเป็นซีดี ออดิโอก็ถึงคราวผลัดใบอีกครั้งเพราะซีดี ออดิโอที่บรรจุเพลงได้เพียงไม่กี่สิบเพลงต้องพ่ายแพ้ให้กับ mp3 นามสกุลของไฟล์เพลงที่ทำให้ CD-Rom หนึ่งแผ่นสามารถใส่เพลงเข้าไปได้นับร้อย mp3 ได้เข้ามาเปลี่ยนชีวิตของมนุษย์เราไปเลย มันเป็นการปลดล็อกพันธนาการในการเสพย์ดนตรีไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ในการฟังเพลง แนวเพลงใหม่ ๆ ศิลปินนอกกระแส ช่วงเวลานั้นเองก็ได้ถือกำเนิด Vampire mp3 แผ่น CD เพลงเถื่อนที่มีราคาถูกกว่าแผ่นเพลงลิขสิทธิ์เป็นเท่าตัว ข้อดีของ Vampire mp3 คือมีเพลงเยอะมาก อัพเดตเพลงใหม่ ๆ ฮิต ๆ ทุกอาทิตย์ มีเพลงหาฟังยากจากหลาย ๆ ประเทศ ที่สำคัญคือรวมเอาเพลงดังจากทุกค่ายเข้าไว้ด้วยกันโดยผู้บริโภคไม่ต้องเสียเงินจำนวนมากเพื่อซื้อแผ่น CD Audio หลาย ๆ แผ่นมากองให้รกบ้าน

ศิลปินหลายคนยอมรับว่าครั้งหนึ่งพวกเขาเคยฟังเพลงจากสื่อละเมิดลิขสิทธิ์ ในขณะเดียวกันศิลปินบางคนยอมรับว่าพวกเขามีชื่อเสียงขึ้นมาได้เพราะแผ่นผีเหล่านี้ พูดกันแบบไม่อ้อมค้อมยุคนั้นถือเป็นยุครุ่งเรืองของเพลงป็อปและศิลปินส่วนใหญ่จะขายได้ก็ด้วยหน้าตาที่หล่อเหลา สวยงาม แน่นอนว่าประตูนี้ปิดตายสำหรับศิลปินเพลงป็อปที่ไม่ได้มีจุดขายด้านหน้าตา แม้ทำเพลงไพเราะขนาดไหนออกสู่ท้องตลาดทางค่ายก็ไม่โปรโมทเท่านักร้องในกระแส แผ่นผีเหล่านี้จึงเป็นตัวช่วยชั้นดีในการโปรโมทศิลปินโนเนมและศิลปินใต้ดินในยุคนั้น ความเป็นที่นิยมของแผ่นผีซีดีเถื่อนใช่ว่าจะมีแต่ศิลปินนอกกระแสเท่านั้นที่ได้รับผลพลอยได้ ศิลปินในกระแสเองก็ยิ่งดังขึ้นไปอีก เพราะแผ่นละเมิดลิขสิทธิ์เหล่านี้แทรกซึมเข้าไปในสังคมชนบทได้มากกว่าแผ่นถูกลิขสิทธิ์ ศิลปินดัง ๆ ในยุคนั้นเกิดแฟนเพลงหน้าใหม่ทั้งในที่ห่างไกลและเมืองกรุง กลายเป็นยุคทองที่แม้จะได้รับผลกระทบในด้านยอดขายสินค้าถูกลิขสิทธิ์แต่ค่อนข้างประสบความสำเร็จในด้านชื่อเสียงอย่างน่าพอใจ

ทุกวันนี้ Vampire mp3 กลายเป็นอดีตไปแล้วพร้อม ๆ กับการล่มสลายของสื่อผสมอย่าง CD, DVD เหลือไว้แค่ความทรงจำว่าครั้งหนึ่งแผ่นผีชื่อดังเจ้านี้คือที่พึ่งในการฟังเพลงของคนจากทุกชนชั้น จนก่อเกิดเป็นวัฒนธรรมร่วมแบบย่อยหรือ Sub-Culture ท่ามกลางยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนผ่านจากอะนาล็อกสู่ดิจิตอล สุดท้ายนี้แม้เราจะกล่าวถึงแง่มุมต่าง ๆ ของการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาแต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะสนับสนุนหรือต้องการให้มีการขโมยผลงานของผู้อื่นแต่อย่างใด

Comments are closed